โปรโมชั่นมันไม่ใช่เรื่องของฟ้าฝน แต่อยู่ที่คนทำอะไร

ส่วนเรื่องของเราคือ อย่าเอาแต่รอฟ้ารอฝนครับ  ต้องฝึกฝน ตัวเอง ที่สำคัญสมัยนี้ หมกมุ่นอยู่กับตัวเองอย่างเดียวไม่พอ ต้องเรียนรู้เรื่องอื่นๆไว้ด้วยครับ อย่างน้อยก็เปิดโลกทัศน์อื่นๆ สนุกดีครับ…

สวัสดีครับ…เล่าให้ฟังอย่างนี่

ระหว่างที่กำลังนั่งทำงานอื่นอยู่ ก็นึกอยากเล่าเรื่องโปรโมชั่น หรือการเลื่อนตำแหน่ง ให้ฟัง เป็นแนว ชวนคิด ผิดถูกนี่ตามมุมมองของผมคนเดียวนะครับ ไม่ได้มีสถาบันไหนมารับรอง…

น่าจะเคยได้ยินคำทำนองว่า

“ทำไป…นายไม่เห็นค่าก็ไม่มีความหมาย”

ก็จริงครับ ถ้าเขาไม่เห็นค่า เราก็ไม่มีความหมายในสายตา…

แต่ว่า แล้วเรามีค่าอะไรให้เขาเห็น ตอบตัวเองตรงนี้ก่อน ก่อนที่จะตั้งคำถามว่า นายตาถั่ว…

เอาเรื่องของเราก่อน สิ่งที่เรามีลืมๆ กันไปบ้างคือ ทุกวันนี้เราทำงานเพื่ออะไรครับ… อาจจะได้คำตอบที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่บริษัทไหนๆ อยากได้จากเรา ก็คือ ผลงาน (productivity) ทั้งนั้นจริงมั้ย เขาไม่ได้จ้างเรามาเดินสวยๆ ตากแอร์ไปวันๆ เขาอยากได้งานครับ ผลงานเป็นไงทุกวันนี้…

ถัดมา… คุณค่า ที่จะทำงานได้มาดดว่าที่ทำอยู่เปล่า เป็นนี้เป็นเรื่องทักษะ (Skill) ที่มากกว่าละมียัง ตามมาด้วยเรื่องนิสัยใจคอ ถ้าจะเรียก รวมๆ ก็  Attitude เป็นยังไง ไหวมั้ย… แบบบ่นตลอดนี่คงไม่ไหว ใครๆ ก็อยากได้คนดี ที่อยากทำมากกว่า เรียกรวมอีกที คือ ศักยภาพ

ตรงนี้ คนที่ผลงานดี ก็จะได้ตอบแทนเป็นผลประเมินที่ดี โบนัส อะไรว่าไป ส่วนคนที่ผลงานดี และมีศักยภาพ ก็มีโอกาสได้ตั๋วที่เรียกว่า ตั๋วโปรโมต หรือเลื่อนตำแหน่ง

ทั้งเก่ง ดี และผลงานก็มีทำไมไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง

ก็กลับมาว่า มันมีตำแหน่งให้เลื่อนมั้ย… แล้วทำไมมันไม่มีตำแหน่ง อันนี้ก็เล่าแบบ ทฤษฏี นิดนึงนะครับ แต่ละบริษัทมันก็จะกำหนดมาแล้ว ว่าในหน่วยงานนั้นนี้ ต้องการ คนทำอะไรได้บ้าง กี่คน แต่ละคนทำหน้าที่อะไร หน้าที่ยากงาน ความรับผิดชอบต่างกัน ก็จะได้ตำแหน่งสูงต่ำต่างกันไป แน่นอนว่า เงินเดือนก็แตกต่างกัน อย่างที่ เอชอาร์ ชอบพูดว่า จ่ายตามค่างาน อะไรทำนองนั้น..

งั้นถ้าจะสรุปตรงนี้ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งได้มันก็ต้อง ที ตำแหน่งว่าง คนที่มีผลงาน พร้อมทั้งความสามารถและอยากทำงานที่สูงกว่า

งานที่สูงกว่า อย่างที่บอกไว้แล้วนะครับ งานที่ตำแหน่งสูงต่ำต่างกัน มันมาพร้อมความคาดหวังที่ต่างกัน ความสามารถที่ต้องใช้ก็ต่างกัน ถ้าโปรโมตแล้วได้เงินเดือนเพิ่มเฉยๆ สบายๆ ผมก็ชอบนะครับ แต่มันไม่มีให้ง่ายๆอย่างนั้น มีหลายคนนะครับที่เลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้า แล้วกลายเป็นว่าชีวิตการทำงานล่มสลายไปก็มี เพราะอย่างที่บอก มันมาด้วยความคาดหวัง ทักษะการบริหารทีมที่ต้องเพิ่มขึ้นด้วย…

ทำงานก็ดี… อยู่มาเป็นสิบๆ ปี ไม่ได้โปรโมตทำไง

ถามซ้ำว่า… มันมีตำแหน่งให้เลื่อนมั้ย ถ้ามีคือตำแหน่งอะไร ถ้าไม่มี ก็คือไม่มี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้ลืม คือเราทำงานเดิมมาสิบปี บริษัทก็ขึ้นเงินเดือนให้ทุกปี(ได้มากน้อย หรือไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเขาจ่ายได้มั้ย และผลงานเราเป็นไงด้วยนะครับ)

แต่…พี่ทำงานงานนี้มาสิบๆ ปี พี่เก่งกว่าเด็กใหม่ตั้งเยอะ ไม่เถียงนะครับ ถ้าเราเก่งกว่าจริงๆ และสอนคนใหม่ๆได้ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าพี่อาจจะมีศักยภาพมากกว่าคนใหม่ๆ ถ้ามีโอกาสดีๆ พี่ก็ควรเป็นเบอร์ต้นๆ ที่จะได้รับโอกาสนั้นว่ามั้ย

อ้าว…ก็อยู่มาสิบๆ ปีแล้ว เลื่อนตำแหน่งให้ไม่ได้หรอ… ถ้าจะพูดแบบตรงไปตรงมา อยู่ดีๆ เราก็คงไม่อยาก ซื้อของชิ้นเดิม ในราคาที่แพงขึ้นใช่มั้ยครับ แต่พูดแบบนี้ มันคงแทงใจจนเกินไป อย่าเพิ่งมาต่อยผมนะครับ แต่โลกความเป็นจริง มันก็โหดร้ายแบบนี้แหละครับ

เอาหละ แต่ถ้าเราทั้งเก่ง ทั้งดี แบบดีจริงๆ นะครับ แล้วบริษัท เขาไม่เห็นค่า คนอื่นได้เลื่อนขั้นเอาๆ ข้ามหัว ข้ามหน้าเราไป ก็ช่างหัวบริษัทแม่งครับ ไม่ใช่บริษัทเรา… เราไม่ได้ลงทุนเงินไปกับเขา เขาจะแจ๊ง เพราะเลือกคนผิดไปทำงาน ก็เรื่องของเขา พูดอย่างนี้ ไม่ได้ชวนให้เป็นคนทัศนคติไม่ดีนะครับ เพียงแต่ย้อนกลับกัน ถ้ายอมทนๆ แล้วต้องมาบ่นกับตัวเองทุกวัน จะซึมเศร้าเอาครับ

ส่วนเรื่องของเราคือ อย่าเอาแต่รอฟ้ารอฝนครับ  ต้องฝึกฝน ตัวเอง ที่สำคัญสมัยนี้ หมกมุ่นอยู่กับตัวเองอย่างเดียวไม่พอ ต้องเรียนรู้เรื่องอื่นๆไว้ด้วยครับ อย่างน้อยก็เปิดโลกทัศน์อื่นๆ สนุกดีครับ…

ป.ล. พาย้อนกลับมาอีกนิดนึง คือ เราทำงานไปเพื่ออะไรครับ…

คนดีในร่างของคนป่วย หรือคนป่วยในร่างของคนดี

วันนึง รู้ว่าพี่เขาป่วย…. แกเป็นมะเร็ง ในใจตอนนั้นคือ “เฮ้ย” รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร สะดุดคิดว่า เอะ….ที่รู้สึกไม่ดีกับพี่เขา มันมีประโยชน์อะไรหรือเปล่า…ความจริงคือ “ไม่” คุยกันดีๆ ก็ได้นี่นา ผลเปลี่ยนประโยคคำพูดใหม่ เป็นประโยคคำถาม ประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคความรู้สึก

Ande shared a drawing with you 15

เล่าจากตอนหนึ่งในหนังสือครับ

คืองี้สมัยนานมาแล้ว….ตอนทำงานใหม่ๆ เจอพี่คนนึงในบริษัท ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกันโดยตรงซะทีเดียว ก็มีเจอกันมันบ้าง พอวันนึงต้องไปดิลงานกัน สิ่งที่ก็รู้สึกคือกูไม่ชอบพี่คนนี้เลยบอกตรง ผมคิดในใจว่า ทำไมถึงพูดจากวนตีน ยอกย้อนขนาดนั้นวะ…. ผมมีกวนตีนกลับบ้าง เห็นหน้าแล้วรู้สึกหงุดหงิดบ้าง ตามโอกาส…เป็นแบบนี้อยู่นานเป็นปีเลยมั้ง

วันนึง รู้ว่าพี่เขาป่วย…. แกเป็นมะเร็ง ในใจตอนนั้นคือ “เฮ้ย” รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร สะดุดคิดว่า เอะ….ที่รู้สึกไม่ดีกับพี่เขา มันมีประโยชน์อะไรหรือเปล่า…ความจริงคือ “ไม่” คุยกันดีๆ ก็ได้นี่นา ผลเปลี่ยนประโยคคำพูดใหม่ เป็นประโยคคำถาม ประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคความรู้สึก

พอคุยกันแบบนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรนี่หว่า ก็ทักทายกันได้ ยิ้มให้กันได้ คุยเรื่องที่บ้าน เรื่องอะไรๆ ได้

แน่นอน เป็นมะเร็ง แกก็เจ็บ ก็ไปรักษา มีทำคีโม แต่แกเป็นคนป่วย ที่ปกติมาก ปกติกว่าวันที่ผลแกล้งป่วยลาโดดงานซะอีก แกมีเล่าถึงการรักษาของแก เพื่อนๆ ที่รักษาด้วยกัน แกเล่าอย่างปกติ เหมือนเล่าเรื่องไปเดินห้าง ไปซื้อของ แต่จริงๆ แล้วก็รู้ว่ามันไม่ง่ายเลย

ช่วงหลังๆ ได้เจอทั้งลูกชาย ลูกสาวเขา แกก็เล่าเรื่องผมให้ลูกๆแกฟัง ว่าผมเก่งอย่างไร แล้วอยากให้ลูกแกมาเรียนจากผมบ้าง ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมาผมไม่ชอบหน้าแก่เลยจริงๆ ผมเคยเจอช่วงน้องๆปิดเทอม น้องก็มาทักทายสวัสดี แกมีเล่าเรื่องเรียนของน้องๆ ว่าทำกิจกรรมอะไรกัน เขาอยากเป็นไร ชอบอะไร

ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตจริงๆ มันไม่ง่ายเลยนะ แต่ แกยิ้มกับมันเสมอ ยิ้มจนรับรู้ไม่ได้เลยว่าแกทรมาน แกป่วยแบบที่ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความเห็นใจอะไรจากใครเลย

วันก่อน(เรื่องนี้โพสในปี เดือนตุลา 2014) พี่ที่ทำงานเก่าส่งข้อความมา ว่าพี่เขาเสียแล้วนะ… ประมาณ 7 ปีได้ นับตั้งแต่แกป่วย ช่วงหลังๆ ไม่รู้ว่าพี่เขามีชีวิตอย่างไร แต่ก็เชื่อนะว่า พี่เขาได้พยายามที่สุดแล้ว พยายามที่จะมีชีวิตอย่างปกติ แม้ต้องยากลำบากมากก็ตาม

เขาเป็นคนหนึ่งในประสบการณ์ของผม ที่ทำให้เรียนรู้ที่จะมองเห็นชีวิต ว่าไม่ต้องทำตัวร้ายกาจ ใส่กันก็ได้ เพราะชีวิตมันเท่านั้น

เราก็เลือกได้ ที่จะใช้ชีวิตแบบไหน คนดีในร่างของคนป่วย หรือคนป่วยในร่างของคนดี

 

ยังมีเรื่องอื่นๆ จากเพจเราที่รวมไว้ในหนังสือรวมเล่มของปลาวาฬไม่ไปทำงาน หาได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปครับ หรือที่ https://www.naiin.com/product/detail/234834/

Cover Whale
รวมเล่มของปลาวาฬไม่ไปทำงาน

“เรื่องของม้าแก่”

นานมาแล้ว เจงกิสข่าน “มีชัยครึ่งโลกจากบนหลังม้า” ม้าพันธ์ดีกับความกล้าหาญ และสติปัญญาของคนย่อมเป็นปัจจัยนำมาสู่ชัยชนะ มากกว่านั้น คือความแข็งแกร่งของม้าด้วย…

ไม่ใช่ม้าทุกตัวที่จะวิ่งได้เร็วพร้อมแบกนักรบไว้บนหลัง ไม่ใช่ม้าทุกตัวที่จะไม่กลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าข้าศึก และก็ไม่ใช่ม้าทุกตัวอีกเช่นกันที่จะยอมรับใช้การรบที่เอาจริงๆไม่ได้เกี่ยวอะไรกับม้าเลย….

Continue reading ““เรื่องของม้าแก่””